Police Story (1985) วิ่งสู้ฟัด: ปฐมบทแห่งตำนานแอ็กชันฮ่องกงที่เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ภาพยนตร์โลก
หากจะพูดถึงภาพยนตร์ที่นิยามคำว่า “แอ็กชันฮ่องกง” และเป็นจุดเริ่มต้นแห่งตำนานของ เฉินหลง (Jackie Chan) ในฐานะซูเปอร์สตาร์นักบู๊ระดับโลก Police Story (1985) หรือ วิ่งสู้ฟัด คือผลงานระดับขึ้นหิ้งที่ทุกคนต้องนึกถึง ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่เพียงแต่เป็นผลงานกำกับและนำแสดงโดยเฉินหลงเอง แต่ยังเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการภาพยนตร์แอ็กชัน ด้วยการผสมผสานศิลปะการต่อสู้ สตันท์เสี่ยงตายแบบไม่ใช้สแตนด์อิน และอารมณ์ขันเฉพาะตัวได้อย่างไร้ที่ติ
สรุปเนื้อเรื่องย่อ: ตำรวจบ้าระห่ำกับการทวงคืนความยุติธรรม
เรื่องราวตามติดชีวิตของ “เฉินเจียจวี” (รับบทโดย เฉินหลง) นายตำรวจสายสืบผู้มุทะลุและรักความยุติธรรม เขาได้สร้างวีรกรรมบุกจับกุม “จูเทา” เจ้าพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ได้สำเร็จ แต่ด้วยเล่ห์เหลี่ยมของทนายความ จูเทาจึงได้รับการประกันตัวออกมา เจียจวีได้รับมอบหมายให้คุ้มครอง “เซลิน่า” (รับบทโดย หลินชิงเสีย) เลขาสาวของจูเทา ซึ่งเป็นพยานปากสำคัญในคดีนี้
แต่เรื่องราวกลับตาลปัตรเมื่อเซลิน่าถูกลักพาตัว และจูเทาได้วางแผนจัดฉากฆาตกรรมเพื่อนตำรวจเพื่อป้ายความผิดให้กับเจียจวี ทำให้เขากลายเป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดีที่ถูกตามล่าจากทั้งตำรวจและแก๊งมาเฟีย เจียจวีไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องแหกกฎ ลุยเดี่ยวเพื่อเปิดโปงความชั่วร้ายของจูเทา ช่วยเหลือพยาน และทวงคืนความบริสุทธิ์ให้กับตนเอง นำไปสู่ฉากการต่อสู้ครั้งประวัติศาสตร์กลางห้างสรรพสินค้า
ทำไม Police Story (1985) ถึงเป็นหนังที่คอแอ็กชันต้องดูให้ได้สักครั้งในชีวิต?
นี่คือภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วย “ความบ้าคลั่ง” ในการสร้างสรรค์ฉากแอ็กชันที่หาดูไม่ได้อีกแล้วในยุคปัจจุบัน:
- ฉากเปิดเรื่องสุดระห่ำ (Epic Opening Sequence): ฉากขับรถไล่ล่าทะลุสลัมบนภูเขาที่พังทลายบ้านเรือนไปเป็นแถบๆ ต่อด้วยฉากเฉินหลงใช้ร่มเกี่ยวรถบัสสองชั้นที่กำลังวิ่งด้วยความเร็วสูง เป็นฉากเปิดตัวที่ตื่นเต้นและทำให้ผู้ชมแทบลืมหายใจ
- คิวบู๊ห้างแตก (The Glass-Shattering Climax): ฉากต่อสู้ตอนจบในห้างสรรพสินค้าคือตำนานที่แท้จริง เฉินหลงและทีมสตันท์ทุ่มสุดตัวในการต่อสู้ที่ทำลายกระจกแทบทุกบานในห้าง และปิดท้ายด้วยฉากเฉินหลงรูดเสาไฟที่เต็มไปด้วยหลอดไฟแตกกระจายลงมาจากชั้นบนสุด ซึ่งเป็นฉากเสี่ยงตายระดับตำนาน
- การผสมผสานความตลกและแอ็กชัน (Action-Comedy Perfection): หนังสามารถสร้างความสมดุลระหว่างฉากต่อสู้ที่ดุดันรุนแรง กับมุกตลกจังหวะซิทคอมได้อย่างลงตัว เช่น ฉากรับโทรศัพท์สามสายพร้อมกัน หรือฉากหลอกเซลิน่าว่ามีนักฆ่าบุกบ้าน
- อิทธิพลต่อวงการหนังระดับโลก (Global Influence): ฉากแอ็กชันหลายฉากในเรื่องนี้ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดังมากมาย เช่น Tango & Cash หรือ Bad Boys II พิสูจน์ให้เห็นถึงความล้ำสมัยของคิวบู๊ในยุคนั้น




