Mortal Engines (2018): มหากาพย์สงครามจักรกลล้อเลื่อนแห่งโลกอนาคต
ตื่นตาตื่นใจไปกับจินตนาการสุดล้ำใน “Mortal Engines (2018) สมรภูมิล่าเมือง จักรกลมรณะ” ภาพยนตร์แอ็คชั่นไซไฟแฟนตาซีฟอร์มยักษ์ที่ดัดแปลงจากนิยายขายดี หนังเรื่องนี้จะพาคุณเดินทางสู่โลกอนาคตหลายพันปีข้างหน้า หลังจากการล่มสลายของอารยธรรมมนุษย์ เมื่อเมืองต่างๆ ไม่ได้ตั้งอยู่กับที่อีกต่อไป แต่ถูกสร้างขึ้นบนล้อขนาดยักษ์และขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์มหึมา เพื่อออกล่าและกลืนกินเมืองที่อ่อนแอกว่าตามกฎแห่งธรรมชาติวิวัฒนาการ
ภาพยนตร์เรื่องนี้อำนวยการสร้างและร่วมเขียนบทโดย ปีเตอร์ แจ็คสัน (Peter Jackson) ผู้สร้างตำนาน The Lord of the Rings และกำกับโดย คริสเตียน ริเวอร์ส (Christian Rivers) ทำให้งานภาพและสเปเชียลเอฟเฟกต์ (CGI) ของหนังเรื่องนี้ออกมายิ่งใหญ่อลังการและเก็บรายละเอียดได้อย่างไร้ที่ติ การออกแบบเมืองลอนดอนเคลื่อนที่และการต่อสู้กลางเวหาเป็นประสบการณ์ทางสายตาที่ผู้ชมไม่ควรพลาด
เรื่องย่ออย่างเป็นทางการ (Official Plot)
เรื่องราวเกิดขึ้นหลายพันปีหลังจากเหตุการณ์ “สงครามหกสิบนาที” ที่ทำลายล้างโลก มนุษยชาติที่รอดชีวิตได้ปรับตัวเข้าสู่ยุคใหม่ที่เรียกว่า “ทฤษฎีวิวัฒนาการของเมือง” (Municipal Darwinism) ซึ่งเมืองใหญ่จะเคลื่อนที่ออกล่าเมืองเล็กเพื่อแย่งชิงทรัพยากร ลอนดอน มหานครนักล่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ภายใต้การนำของ แธดเดียส วาเลนไทน์ (รับบทโดย Hugo Weaving) กำลังมุ่งหน้าขยายอำนาจ เฮสเตอร์ ชอว์ (รับบทโดย Hera Hilmar) หญิงสาวผู้มีรอยแผลเป็นบนใบหน้าและเต็มไปด้วยความแค้น ได้ลอบขึ้นมาบนลอนดอนเพื่อลอบสังหารวาเลนไทน์ แต่แผนการของเธอถูกขัดขวางโดย ทอม นัทส์เวิร์ธธี (รับบทโดย Robert Sheehan) นักประวัติศาสตร์หนุ่มระดับล่าง ทั้งคู่ถูกวาเลนไทน์ผลักตกลงจากเมืองและต้องร่อนเร่ไปในดินแดนรกร้าง เฮสเตอร์และทอมต้องเรียนรู้ที่จะเชื่อใจกันและร่วมมือกับ แอนนา ฟาง (รับบทโดย Jihae) ผู้นำกลุ่มต่อต้านเมืองเคลื่อนที่ เพื่อหยุดยั้งแผนการอันชั่วร้ายของวาเลนไทน์ที่หวังจะใช้อาวุธโบราณทำลายล้างกำแพงแห่งเอเชียและครอบครองโลก
มุมมองจากนักวิจารณ์: ทำไม “สมรภูมิล่าเมือง จักรกลมรณะ” ถึงเป็นปรากฏการณ์ทางภาพยนตร์?
Mortal Engines (2018) เป็นภาพยนตร์ที่มอบประสบการณ์ทางภาพที่แปลกใหม่และน่าทึ่ง นี่คือจุดเด่นที่ทำให้หนังเรื่องนี้น่าสนใจ:
- งานสร้างและ CGI ระดับโลก (Stunning Visuals and World-Building): การออกแบบเมืองเคลื่อนที่ขนาดยักษ์และฉากหลังของโลกที่ล่มสลายทำได้อย่างวิจิตรตระการตาและเต็มไปด้วยจินตนาการ
- พล็อตเรื่องที่แปลกใหม่และน่าติดตาม (Unique and Ambitious Concept): แนวคิดเรื่องเมืองที่ออกล่าเมืองด้วยกันเองเป็นไอเดียที่สดใหม่และสร้างความตื่นเต้นให้กับการดำเนินเรื่อง
- ฉากแอ็คชั่นที่ยิ่งใหญ่อลังการ (Epic Action Sequences): ฉากการไล่ล่าระหว่างเมืองและฉากต่อสู้กลางอากาศถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างดุเดือดและเร้าใจ