Mr.Vampire 2 (1986) ผีกัดอย่ากัดตอบ 2: ภาคต่อของตำนานผีกัดกระโดดสุดฮาในยุคปัจจุบัน
Mr.Vampire 2 (1986) หรือ ผีกัดอย่ากัดตอบ 2 เป็นภาพยนตร์ภาคต่อที่นำเอาตำนานผีดิบจีนมากระโดดโลดเต้นในยุคปัจจุบัน (ยุค 80s) แม้จะไม่ได้ดำเนินเรื่องต่อจากภาคแรกโดยตรง แต่ยังคงกลิ่นอายความฮาและการต่อสู้กับผีดิบด้วยวิชาอาคมแบบเต๋าไว้อย่างครบถ้วน ผลงานกำกับของ Ricky Lau ที่ยังคงได้นักแสดงนำอย่าง หลินเจิ้งอิง (Lam Ching-Ying) มารับบทอาจารย์ปราบผีเช่นเคย
สรุปเนื้อเรื่องย่อ: เมื่อครอบครัวผีดิบตื่นขึ้นกลางเมืองใหญ่
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อศาสตราจารย์ด้านโบราณคดีและผู้ช่วยจอมซุ่มซ่ามสองคนได้ค้นพบสุสานโบราณและนำร่างของครอบครัวผีดิบ 3 ตน (พ่อ แม่ และลูก) กลับมายังห้องทดลอง โดยไม่รู้เลยว่ายันต์สะกดที่แปะอยู่บนหน้าผากนั้นคือสิ่งเดียวที่หยุดยั้งพวกมันไว้ ความวุ่นวายเกิดขึ้นเมื่อยันต์ถูกดึงออก ผีดิบทั้งสามจึงฟื้นคืนชีพและออกอาละวาดกลางเมือง
ในขณะที่ผีดิบพ่อและแม่สร้างความหวาดผวาให้กับผู้คน ผีดิบเด็กกลับหลงทางและไปผูกมิตรกับเด็กๆ ในเมือง ร้อนถึง อาจารย์หลิน (รับบทโดย หลินเจิ้งอิง) แพทย์แผนจีนผู้เชี่ยวชาญวิชาปราบผี และผู้ช่วยอย่าง หยวนเปียว (Yuen Biao) ที่ต้องออกโรงงัดสารพัดวิชาอาคม ทั้งยันต์ ดาบไม้พีช และยาชา มาปราบผีดิบครอบครัวนี้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
ทำไม Mr.Vampire 2 (1986) ถึงเป็นหนังผีตลกที่น่าจดจำ?
- การผสมผสานความสยองขวัญและมุกตลก (Horror-Comedy Blend): หนังยังคงจุดเด่นในการใช้มุกตลกจังหวะซิทคอมสอดแทรกไปกับฉากหนีผี ทำให้ผู้ชมทั้งลุ้นและหัวเราะไปพร้อมๆ กัน
- ฉากแอ็กชันปราบผีสุดสร้างสรรค์ (Creative Action Sequences): การต่อสู้กับผีดิบในภาคนี้มีการประยุกต์ใช้วิชาอาคมให้เข้ากับยุคสมัย เช่น การใช้ยาสลบ หรือฉากต่อสู้แบบสโลว์โมชั่นที่เกิดจากการสูดดมยาสลบเข้าไป
- เสน่ห์ของ หลินเจิ้งอิง (Lam Ching-Ying’s Charisma): หลินเจิ้งอิงยังคงตอกย้ำภาพลักษณ์อาจารย์ปราบผีคิ้วเดียวที่ทั้งเก่งกาจและน่าเกรงขาม ซึ่งกลายเป็นภาพจำของเขาตลอดกาล
- มิตรภาพต่างเผ่าพันธุ์ (Cross-Species Friendship): ซับพล็อตเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างผีดิบเด็กและเด็กมนุษย์ช่วยเพิ่มความน่ารักและอบอุ่นให้กับหนัง ท่ามกลางความวุ่นวายของการไล่ล่า




