Mr.Vampire (1985) ผีกัดอย่ากัดตอบ: ปฐมบทตำนานผีกัดกระโดดที่สร้างปรากฏการณ์ทั่วเอเชีย
หากพูดถึงภาพยนตร์ผีดิบจีนที่โด่งดังที่สุด คงหนีไม่พ้น Mr.Vampire (1985) หรือ ผีกัดอย่ากัดตอบ ผลงานระดับขึ้นหิ้งที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการภาพยนตร์ฮ่องกง ด้วยการผสมผสานความสยองขวัญ ศิลปะการต่อสู้ และมุกตลกสุดฮาได้อย่างลงตัว หนังเรื่องนี้ไม่เพียงแต่แจ้งเกิดให้กับ หลินเจิ้งอิง (Lam Ching-Ying) ในบทบาทอาจารย์ปราบผี แต่ยังทำให้ภาพลักษณ์ของ “ผีดิบกระโดด” (เจียงซือ) เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
สรุปเนื้อเรื่องย่อ: การขุดศพที่นำมาซึ่งความสยองและเสียงฮา
เรื่องราวในยุคสาธารณรัฐจีน อาจารย์เกา (รับบทโดย หลินเจิ้งอิง) นักบวชเต๋าผู้เชี่ยวชาญด้านการปราบผี ได้รับการว่าจ้างจากเศรษฐีตระกูลเหรินให้ทำพิธีขุดศพและย้ายหลุมศพของบิดาเพื่อเสริมฮวงจุ้ย แต่เมื่อเปิดโลงศพออก อาจารย์เกากลับพบว่าศพไม่เน่าเปื่อยและมีสัญญาณของการกลายเป็นผีดิบ เขาจึงสั่งให้นำศพกลับไปเก็บไว้ที่สำนักเพื่อหาทางป้องกัน
ทว่าด้วยความสะเพร่าของลูกศิษย์จอมป่วนทั้งสองอย่าง อาชิว (รับบทโดย เฉินเสี่ยวโหว) และ อาไฉ (รับบทโดย ริคกี้ ฮุย) ทำให้ผีดิบเฒ่าฟื้นคืนชีพและหลุดรอดออกไปได้ มันกลับไปสังหารลูกชายและออกอาละวาดทั่วเมือง อาจารย์เกาและลูกศิษย์จึงต้องงัดทุกกลเม็ดวิชาอาคม ไม่ว่าจะเป็น ข้าวสารเหนียว เลือดไก่ ด้ายแดง และยันต์เต๋า มาต่อกรกับผีดิบสุดแกร่งตนนี้ พร้อมๆ กับต้องรับมือกับผีสาวพราวเสน่ห์ที่มาหลงรักอาชิวอีกด้วย
ทำไม Mr.Vampire (1985) ถึงเป็นภาพยนตร์ระดับตำนาน?
- ต้นตำรับผีดิบกระโดด (The Original Hopping Vampire): หนังนำเสนอเอกลักษณ์ของผีดิบจีนที่ต้องกระโดดไปมาเนื่องจากศพแข็งตัว และตามล่าเหยื่อด้วยการดมกลิ่นลมหายใจ ซึ่งกลายเป็นกฎเหล็กของหนังผีจีนในยุคต่อมา (กลั้นหายใจแล้วผีจะไม่เห็น)
- ความสมดุลระหว่างความกลัวและเสียงหัวเราะ (Perfect Balance of Horror and Comedy): ผู้กำกับ Ricky Lau สามารถสลับอารมณ์ระหว่างฉากผีหลอกที่น่ากลัว กับฉากตลกเจ็บตัวของลูกศิษย์ได้อย่างลื่นไหล ทำให้ดูสนุกและไม่ตึงเครียดจนเกินไป
- คิวบู๊ปราบผีสุดมันส์ (Exhilarating Martial Arts): ฉากต่อสู้ในเรื่องไม่ได้มีแค่การสาดคาถาอาคม แต่ยังผสมผสานกังฟูและกายกรรมเข้าไปด้วย ทำให้การปะทะกับผีดิบดูตื่นเต้นและเร้าใจ
- การแสดงอันยอดเยี่ยมของ หลินเจิ้งอิง (Iconic Performance): บทบาทอาจารย์เกาคิ้วเดียวผู้เคร่งขรึมแต่แฝงไปด้วยความฮาหน้าตาย ทำให้เขากลายเป็นสัญลักษณ์ของหนังแนวนี้ที่ไม่มีใครแทนที่ได้




