Slender Man (2018): ตำนานสยองขวัญจากโลกอินเทอร์เน็ตสู่จอภาพยนตร์
จากเรื่องเล่าสุดหลอนบนโลกออนไลน์ (Creepypasta) ที่โด่งดังไปทั่วโลก สู่ภาพยนตร์สยองขวัญเต็มรูปแบบใน “Slender Man (2018) สเลนเดอร์แมน” หนังจะพาคุณไปทำความรู้จักกับสิ่งมีชีวิตลึกลับรูปร่างสูงโปร่ง ไร้ใบหน้า สวมชุดสูท ที่มักจะปรากฏตัวในป่าลึกและคอยลักพาตัวเด็กๆ หรือทำให้ผู้คนเสียสติ ภาพยนตร์เรื่องนี้หยิบยกตำนานเมืองยุคดิจิทัลมาตีแผ่ให้เห็นภาพความน่ากลัวที่จับต้องได้
กำกับโดย Sylvain White หนังพยายามผสมผสานความสยองขวัญทางจิตวิทยาเข้ากับการใช้เทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน แม้ว่าตัวภาพยนตร์จะเผชิญกับเสียงวิจารณ์ที่ค่อนข้างหนักหน่วงในเรื่องของบทภาพยนตร์ที่อ่อนแอ การพึ่งพาเทคนิค CGI มากเกินไป และความไม่สมเหตุสมผลของตัวละคร แต่สำหรับผู้ที่ติดตามตำนานของ Slender Man มาตั้งแต่ต้น นี่ก็เป็นโอกาสที่จะได้เห็นตัวละครสุดสยองตัวนี้มีชีวิตขึ้นมาบนจอเงิน พร้อมกับบรรยากาศความหลอนที่ทำออกมาได้ดีในบางฉาก
เรื่องย่ออย่างเป็นทางการ (Official Plot)
เรื่องราวเกิดขึ้นในเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งในรัฐแมสซาชูเซตส์ เมื่อกลุ่มเพื่อนสาววัยรุ่น 4 คน ได้แก่ เรน, ฮัลลี, โคลอี้ และ เคธี่ เกิดความอยากรู้อยากเห็นและตัดสินใจทำพิธีกรรมอัญเชิญ “สเลนเดอร์แมน” ตามวิดีโอบนอินเทอร์เน็ตที่พวกเธอคิดว่าเป็นเพียงเรื่องล้อเล่น แต่หลังจากนั้นไม่นาน เคธี่ ก็หายตัวไปอย่างลึกลับระหว่างการทัศนศึกษาในป่า เพื่อนๆ ที่เหลือเริ่มตระหนักว่าตำนานสยองขวัญนั้นเป็นเรื่องจริง พวกเธอเริ่มเห็นภาพหลอน ฝันร้าย และถูกคุกคามจากสิ่งมีชีวิตไร้ใบหน้า เรน, ฮัลลี และโคลอี้ จึงต้องพยายามสืบหาความจริงและหาวิธีช่วยเหลือเคธี่กลับมา โดยที่พวกเธอต้องแลกกับของสำคัญและเผชิญหน้ากับความสยดสยองที่ค่อยๆ กัดกินสภาพจิตใจของพวกเธอไปทีละน้อย
มุมมองจากนักวิจารณ์: ทำไม “สเลนเดอร์แมน” ถึงเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์?
แม้ Slender Man (2018) จะไม่ประสบความสำเร็จในแง่ของคำวิจารณ์ แต่ก็มีจุดที่น่าสนใจสำหรับคอหนังสายตำนานเมือง:
- การนำตำนานเน็ตมาสร้างเป็นหนัง (Internet Lore to Big Screen): หนังประสบความสำเร็จในการหยิบยกกระแสความกลัวจากโลกออนไลน์มานำเสนอในรูปแบบภาพยนตร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่หาดูได้ยาก
- การออกแบบภาพและบรรยากาศ (Visual Design): ฉากในป่าทึบ การใช้แสงเงา และการปรากฏตัวของสเลนเดอร์แมนในบางฉาก สามารถสร้างความรู้สึกน่าขนลุกและไม่น่าไว้วางใจได้ดี
- สะท้อนปัญหาวัยรุ่น (Reflecting Teen Issues): หนังสอดแทรกประเด็นเรื่องความอยากรู้อยากเห็น ปัญหาครอบครัว และความต้องการหลีกหนีจากโลกความจริงของวัยรุ่น ซึ่งเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้พวกเธอหันเข้าหาเรื่องลี้ลับ




