เนื้อเรื่องย่อ

เรื่องย่อ The Trust (2016) คู่ปล้นตำรวจแสบ: เมื่อผู้คุมกฎกลายเป็นคนปล้นเซฟ บทพิสูจน์ความโลภที่คอหนังหักมุมห้ามพลาด!

ในบรรดาภาพยนตร์แนวโจรกรรม (Heist Movie) ที่มีอยู่มากมายในตลาด “The Trust (2016) คู่ปล้นตำรวจแสบ” ถือเป็นภาพยนตร์แนว Crime Thriller / Dark Comedy ที่ฉีกทุกกฎเกณฑ์ดั้งเดิม หนังไม่ได้เน้นความเวอร์วังอลังการแบบเทคโนโลยีล้ำยุค แต่ฉลาดมากในการเลือกเล่าเรื่องราวผ่านมุมมองของ “ตำรวจชั้นผู้น้อย” สองคนที่สายตาแปรเปลี่ยนจากความซื่อสัตย์กลายเป็นความละโมบ นำเสนอออกมาด้วยบรรยากาศที่กดดัน ชวนอึดอัด และแฝงความตลกร้ายที่ทำให้คนดูเดาทางไม่ออกตลอดทั้งเรื่อง

“The Trust (2016)” บอกเล่าเรื่องราวของ สโตน (Stone) (รับบทโดย นิโคลัส เคจ) และ วอเตอร์ส (Waters) (รับบทโดย เอไลจาห์ วูด) สองตำรวจสืบสวนแผนกหลักฐานผู้อับโชคและเบื่อหน่ายกับงานประจำอันซ้ำซากในลาสเวกัส พวกเขาจมปลักอยู่กับรายได้อันน้อยนิดจนกระทั่งวันหนึ่ง สโตนไปสะดุดตาเข้ากับแฟ้มคดีค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่มีเงินประกันตัวสูงลิ่วอย่างน่าประหลาดใจ ด้วยสัญชาตญาณความโลภและการสืบสวนทางลับ สโตนพบเบาะแสว่าเงินสดและทรัพย์สินจำนวนมหาศาลของแก๊งค้ายานี้ไม่ได้ถูกฝากไว้ในธนาคาร แต่ถูกซ่อนอยู่ใน “ตู้เซฟขนาดยักษ์” ที่สร้างขึ้นอย่างหนาแน่นใต้พื้นร้านขายของชำแห่งหนึ่ง

สองตำรวจแสบตัดสินใจทิ้งป้ายภาษีและศีลธรรมไว้เบื้องหลัง พวกเขาเริ่มต้นวางแผนโจรกรรมครั้งใหญ่ด้วยการสั่งซื้อสว่านเจาะเพชรระดับอุตสาหกรรม และกบดานในห้องเช่าด้านบนเพื่อเจาะทะลวงลงไปหาตู้เซฟด้านล่าง ทว่าเมื่อสว่านเริ่มทำงานและแผนการบุกเข้าไปในห้องปิดตายคืบหน้า ความตึงเครียดระหวางทั้งสองก็พุ่งสูงขึ้นสู่จุดวิกฤต เมื่อพวกเขากลับพบความลับบางอย่างภายในเซฟที่ไม่ใช่แค่เงิน และความหวาดระแวงว่าต่างฝ่ายต่างจะ “หักหลัง” กันเองเพื่อหอบสมบัติหนี เกมปล้นเอาชีวิตรอดที่ไร้กฎเกณฑ์จึงระเบิดขึ้นกลางเมืองคนบาป!

มุมมองนักวิจารณ์: ทำไมภาพยนตร์เรื่องนี้ถึงเป็นปรากฏการณ์ที่คุณห้ามพลาด?

ในฐานะคนทำงานสายวิชาชีพและวิจารณ์ภาพยนตร์แอ็กชัน-อาชญากรรม นี่คือเหตุผลหลักที่ผมให้ระดับ “Deep Recommend” แก่ภาพยนตร์เรื่องนี้:

  • การระเบิดพลังออร่าสุดจิตของคู่หูต่างวัย (Powerful Performances): จุดเด่นที่สุดต้องยกให้เคมีระหว่าง นิโคลัส เคจ และ เอไลจาห์ วูด เคจกลับมาท็อปฟอร์มในบทตำรวจรุ่นใหญ่ที่มีสภาวะจิตใจกึ่งบ้ากึ่งอัจฉริยะ สายตาและความคลั่งของเขาทำงานร่วมกับบทบาทของ เอไลจาห์ วูด ที่เล่นเป็นตำรวจหนุ่มขี้ระแวงและเริ่มสติแตกได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งคู่แบกรับความกดดันของหนังไว้ได้อย่างน่าชื่นชม
  • บรรยากาศความอึดอัดระทึกขวัญในพื้นที่จำกัด (Claustrophobic Tenseness): ช่วงครึ่งหลังของหนังที่ตัวละครต้องติดอยู่ในห้องเช่าแคบๆ เพื่อทำการเจาะเซฟ หนังทำออกมาได้บีบคั้นหัวใจคนดูมาก เสียงสว่านกระแทกปูน แสงไฟสลัว และเวลาที่เหลือน้อยลงเรื่อยๆ มันช่วยสร้างสุนทรียภาพแห่งความตึงเครียด (Atmospheric Thriller) จนเราแทบหยุดหายใจตาม
  • บทตลกร้ายที่แฝงแง่คิดเรื่องศีลธรรม (Dark Satire): หนังไม่ได้ขายฉากสาดกระสุนปืนกลระเบิดกระท่อม แต่เลือกที่จะจิกกัดสันดานดิบและความโลภของมนุษย์ การเฝ้าดูตำรวจสองคนที่ค่อยๆ ถลำลึกสู่อาชญากรรมจนยากจะเยียวยา เป็นดั่งกระจกเงาสะท้อนความน่ากลัวของจิตใจคนยามที่ตัณหาอยู่เหนือเหตุผล

หนังฟรีที่คุณอาจจะชอบ

ประเภทหนัง

เลือกดูตามปีที่ฉาย